บทความนี้ มีประโยชน์กับบุคคลที่ไปให้ข้อมูล หรือข้อเท็จจริงในคดีอาญาต่างๆ ต่อพนักงานสอบสวน ตามที่พนักงานสอบสวนได้เรียกไม่ว่าโดยการโทรศัพท์ไปนัดหมาย หรือออกหมายเรียกเป็นหนังสือให้เข้ามาพบก็ตาม หรือเรียกว่า ไปให้ปากคำในคดีในฐานะ พยานในคดีอาญา ที่มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคดีใดคดีหนึ่ง
และการที่เดินทางไปพบพนักงานสอบสวน ก็มีค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น การเดินทาง เป็นต้น พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ.2546 ลักษณะที่ 1 หมวด 1 บอกไว้ว่า พยานมีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าตอบแทนจากการมาให้ข้อเท็จจริงต่อพนักงานสอบสวนข้างต้น หรือจากการไปเบิกความต่อศาลด้วยนั่นเอง
คำถาม : แล้วผู้ที่จะสอบสวน หรือสอบถาม ข้อเท็จจริงกับพยาน เป็นใครกันบ้างนะ
ตอบ : คือ
1. พนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา ส่วนใหญ่แล้ว คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ
2.พนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา ก็คือพนักงานอัยการ
3.ผู้พิพากษา (ขณะที่พยานไปเบิกความในชั้นศาลนั่นเอง)
คำถาม : แล้วเงินค่าตอบแทนเป็นจำนวนเท่าไหร่ มีหลักเกณฑ์ในการคิดอย่างไร
ตอบ : มี 2 จำนวน คือ 200 บาท และ 500 บาท มีหลักเกณฑ์ คือ
- ถ้าพยานมีที่พักอาศัยอยู่ในเขตจังหวัดเดียวกับหน่วยงานที่ไปให้ข้อเท็จจริง จะได้รับค่าตอบแทนครั้งละ 200 บาท
- ถ้าพยานมีที่พักอาศัยอยู่ คนละเขตจังหวัด กับหน่วยงานที่ไปให้ข้อเท็จจริง จะได้รับค่าตอบแทนครั้งละ 500 บาท
คำถาม : หน่วยงานใดจะจ่ายเงินค่าตอบแทนละ
ตอบ : หน่วยงานที่พยานเข้าไปให้ข้อเท็จจริงนั้นเอง เช่น
- ไปให้ข้อเท็จที่ สถานีตำรวจ A พยานก็จะได้รับเงินค่าตอบแทนจาก สถานีตำรวจ A ทันทีหลังจากที่เสร็จสิ้นขั้นตอนการให้ข้อเท็จจริง
- ไปให้ข้อเท็จที่ สำนักงานอัยการ B พยานก็จะได้รับเงินค่าตอบแทนจาก สำนักงานอัยการ B ทันทีหลังจากที่เสร็จสิ้นขั้นตอนการให้ข้อเท็จจริง
- ไปให้ข้อเท็จที่ ศาล C พยานก็จะได้รับเงินค่าตอบแทนจาก ศาล C ทันทีหลังจากที่เสร็จสิ้นขั้นตอนการให้ข้อเท็จจริง
แต่มีข้อยกเว้น คือ มิให้หมายความรวมถึงจำเลยที่อ้างตนเอง เป็นพยาน
แหล่งข้อมูล จากพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ.2546
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น