หลายคนเข้าใจว่า "สมุดบัญชีธนาคารหาย" ไปสถานีตำรวจเพื่อ "แจ้งความเอกสารหาย" อย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว แต่หารู้ไม่ว่า จากประสบการณ์ของผู้หมวดที่ผ่านมา การแจ้งความเป็นเพียง การแจ้งให้เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นคนกลาง ทราบว่าเอกสารดังต่อไปนี้ของข้าพเจ้าได้หายไป ที่ไหน เมื่อไหร่ อะไรยังไง มีผลคือ ใช้เป็นเอกสารเพื่อยืนยันเหตุการณ์เอกสารหายเท่านั้น แต่ไม่สามารถป้องกันได้ว่า คนร้ายที่ขโมยไป หรืออาจมีผู้ที่เก็บบัญชีของเราได้นั้น จะไม่นำไปใช้ในทางไม่ดี
เนื่องจากการติดต่อสื่อสารหรือการประสานงานของหน่วยงานต่างๆ ยังเป็นระบบที่ต่างคนต่างทำอยู่ เพราะฉะนั้นการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งก็เพียงแค่รับรู้ และทำหลักฐานไว้ที่สถานีตำรวจนั้นๆ เพียงเท่านั้น
เป็นหน้าที่ของเราที่เป็นเจ้าของบัญชี ที่จะต้องเอา "เอกสารแจ้งความเอกสารหาย" ไปแจ้งต่อธนาคารเจ้าของบัญชีให้ทราบ เพื่อดำเนินการป้องกันไม่ให้มีถอนเงินออกจากบัญชีของเราได้
ที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่ที่พบว่าสมุดบัญชีของตนเองหาย ก็ไปแจ้งความเอกสารหายเท่านั้น และคิดว่าปลอดภัยแล้ว แต่พอเวลาผ่านไป 2-3 วัน หรือ 1 สัปดาห์ หรือนานกว่านั้น จึงจะมาตรวจสอบเงินคงเหลือในบัญชี และเพิ่งจะได้รู้ว่ามีรายการถอนเงินออกจากบัญชีเรา โดยที่เราไม่รู้เรื่องเสียนี่ แบบนี้จะเรียกร้องให้ธนาคารฯ ชำระเงินคืน หรือติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี ก็คงต้องใช้เวลากันอีกยาวๆ หรือให้กรณีที่เลวร้ายที่สุด ก็อาจจะไม่ได้เงินคืนเลยก็เป็นได้
จะดีกว่าไหม หากเรามาป้องกันด้วยตัวเองตั้งแต่เริ่มต้น จะได้ไม่มีความเสียหายตามมา และจะได้ไม่ต้องเสียเวลามาดำเนินคดีอีก ไปดูวิธีการป้องกันเหตุกันค่ะ
เมื่อตรวจสอบพบว่า สมุดบัญชีของเราหายไป
1. แจ้งความเอกสารหาย ที่สถานีตำรวจ
2. นำบันทึกรับแจ้งเอกสารหายตามข้อ 1. ไปแจ้งให้ธนาคารเจ้าของบัญชีนั้น ให้ทราบค่ะ เพื่อที่ธนาคาร จะได้ระมัดระวังหากมีการทำธุรกรรมเกี่ยวกับบัญชีของท่านเพิ่มขึ้นไปอีก โดยเฉพาะการถอนเงิน

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น